สถาปัตยกรรมในทวีปยุโรป
สถาปัตกรรม และสิ่งก่อสร้างที่สวยงามต่างๆมากมาย เมื่อพูดถึงทวีปยุโรปก็พลาดไม่ได้ที่จะพูดถึงความสวยงามของสถาปัตยกรรม ที่ยังคงเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และเปิดให้เยี่ยมชมสำหรับทวีปยุโรป ซึ่งสำหรับเดือนนี้เราได้นำสถานที่ท่องเที่ยวทางสถาปัตยกรรมที่คุณไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนดินแดนยุโรป
1. สนามกีฬากรุงโรม Colosseum of Rome
โคลอสเซียม (Colosseum) เป็นอนุสรณ์ที่ใหญ่ของอาณาจักรโรมัน ได้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 615 ถึง 623 ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่มีมาอย่างยาวนานเป็นสนามกีฬากลางแจ้งที่มีชื่อเสียงที่สุด และมีราคาแพงที่สุดในสมัยนั้น เป็นสถานที่สำหรับให้นักโทษ ต่อสู้กับสิงโตผู้หิวโหยที่อดอาหาร เมื่อนักโทษผู้ใดสามารถเอาชนะ หรือฆ่าสิงโตได้ด้วยมือเปล่าก็ถือได้ว่าเป็นผู้รอดชีวิต นอกจากนี้ยังถือได้ว่าเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย
2. หอเอนเมืองปิซา หรือ Leaning Tower of Pisa
หอแอนเมืองปิซามีความสวยงามที่เกิดจากความไม่ตั้ง รูปทรงที่สวยงามเมื่อเกิดการเอียงของโครงสร้าง ทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้ ถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่เกิดจากความไม่ตั้งใจ และเกิดเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ในยุคกลางอีกด้วย
3. สุเหร่าเซนต์โซเฟีย หรือ Mosque of Hagia Sophia (Istanbul)
สุเหร่าเซนต์โซเฟีย หรือ Mosque of Hagia Sophia (Istanbul) ปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่เมืองคอนสแตนดิโนเปิล ในประเทศตุรกีปัจจุบันยังเปิดให้เข้าเยี่ยมชมได้
สุเหร่าเซนต์โซเฟีย(Saint Sophia) หรือเรียกอีกอย่างว่า โบสถ์ฮาเจีย โซเฟีย ปัจจุบันสุเหร่าเซนต์โซเฟีย เป็นที่ประชุมสวดมนต์ของชาวมุสลิม แต่ภายในอดีตสุเหร่าเซนต์โซเฟียเป็นโบสถ์ที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนาคริสต์ ผู้สร้างคือพระเจ้าจักรพรรดิคอนสแตนติน สร้างขึ้นเมื่อประมาณคริสต์ศตวรรษที่13 ใช้เวลาในการสร้างถึง17 ปี เพื่อเป็นโบสถ์ของศาสนาคริสต์โดยเฉพาะ แต่เหตุการกลับเปลี่ยนไปเมื่อถูกผู้ก่อการร้ายบุกทำลายเผาจนวอดวายหลายครั้ง สาเหตุเพราะเกิดการขัดแย้งระหว่าง พวกที่นับถือศาสนาคริสต์กับศาสนาอิสลาม
มียอดเป็นโดม คล้ายซาลาเปา มีหอมินาเรสท์เป็นยอดแหลม ๆ มากมาย เนื่องจากสุเหร่าเซนต์โซเฟียได้เกิดขึ้นจากศิลปะแบบคริสเตียน ผสมกับอิสลามทำให้มีความสวยงาม และแตกต่างจากสถานที่ทางศาสนาที่อื่นๆ ซึ่งใครที่ไปทวีปยุโรป และมีโอกาสก็ไม่ควรพลาดที่จะไปเยี่ยมชมความล้ำค่าของสถาปัตยกรรมระดับโลกอย่าง สุเหร่าเซนต์โซเฟีย ซึ่งได้ชื่อว่ามีความสวยงามอันน่ามหัศจรรย์
4. กองหินประหลาดสโตนเฮนจ์ (Stonehenge)
Stonehenge ตั้งอยู่ที่เมืองซัลลิสเบอรี่ มณฑลวิลไซร์ ประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่กลางทุ่งนาแห่งหนึ่งในเมืองซัลลิสเบอรี่ ซึ่งห่างจากกรุงลอนดอนประมาณ 10 ไมล์ ป็จจุบันยังเปิดให้เยี่ยมชมความสวยงามของหินที่ปรากฏขึ้นมาเป็นรูปทรงที่สวยงาม แปลกตา
Stonehenge ประกอบด้วยแนวหินขนาดมหึมาเรียงรายกันยาวประมาณ 3 กิโลเมตร และ มีกลุ่มหินใหญ่ประมาณ 112 ก้อน ตั้งโดดเดี่ยวอยู่กลางทุ่งนา เป็นรูปวงกลมซ้อนกันอยู่ 3 วง บางก้อนล้มนอน บางก้อนตั้งตรง บางก้อนวางซ้อนทับอยู่บนยอดก้อนหินที่ตั้งอยู่สองก้อน หินแต่ละก้อนหนักเป็นตันๆหรือมีขนาด และน้ำหนักที่มากพอสมควรสามารถเฉลี่ยได้ประมาณความสูง 4 เมตร หนัก 26 ตัน
มีหลายคนได้สันนิษฐานไว้ว่า หินเหล่านี้ตั้งอยู่ก่อนคริสตกาลถึง1,700 ปี เป็นสิ่งก่อสร้างโดยไม่มีร่องรอยของความเป็นมา ไม่มีประวัติของผู้ก่อสร้าง และหลักฐานใดๆไม่ทราบว่าสร้างเพื่อวัตถุประสงค์อะไร?
5. พระราชวังแวร์ซายส์ หรือ Palace of Versailles
พระราชวังแวร์ซายส์เป็นพระราชวังที่สวยงามอย่างมากสร้างขึ้นโดย พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส มีนายช่างสถาปนิกชื่อ อัลเดรด เลอ นอสเตอร์ เป็นผู้ออกแบบ พระราชวังแวร์ซายส์ได้เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2204 (ค.ศ. 1661) ใช้เวลาประมาณ 30 ปี ใช้เงินจำนวนมากและใช้คนงานถึง30,000 คน ทุกส่วนทำด้วยหินอ่อนสีขาว มีความมันวาว โอ่อ่า อลังการ เป็นแบบอย่างและศิลปกรรมก่อสร้างที่งดงามอย่างมากของโลกเลยก็ว่าได้
6. วิหารพาร์เธนอน ( Parthenon )
วิหารพาร์เธนอน สร้างขึ้นที่ประเทศกรีซ ภายในทวีปยุโรป เป็นสถาปัตยกรรมทางศาสนา ที่โดยยึดครองจากหลายยุค แต่ยังคงความสวยงามทางศิลปะ และทางสถาปัตยกรรมให้คงได้เยี่ยมชมกันในปัจจุบัน
วิหารพาร์เธนอน เป็นวิหารที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงในด้านความงดงามและสัดส่วนเหมาะเจาะสมบูรณ์ วิหารพาร์เธนอนมี ความกว้าง 100 ฟุต ความยาว 230 ฟุต และสูง 65 ฟุต เป็นศิลปะแบบดอริก ออกบแบบโดยสถาปนิกชื่อ อิคตินุส (Ictinus) และ คาลลิคราเตส (Callicrates) ซึ่งดำเนินการก่อสร้างภายใต้การควบคุมของประติมากรชื่อ พิดิอัส (Phidias)
ซากที่ยังเหลือให้เห็นได้อย่างชัดเจน ก็คือ โครงสร้างที่ค้ำด้วยเสาหินอ่อน สีอมชมพู และหน้าบันบางส่วน ส่วนภายในเคยมี ประติมากรรม เทพีอาธีนา ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ภายในวิหารหลังนี้ ซึ่งวิหารพาร์เธนอน ใช้เป็นสถานที่บวงสรวง เทพีอาธีนา ต่อมาได้เปลี่ยนไปโดยได้ใช้เป็นโบสถ์ของชาว คริสต์นิกายออร์โธดอกซ์ แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น โบสถ์คาทอลิก จนกระทั่งยุคที่ ชาวเติร์ก ครองเมืองวิหารพาร์เธนอน ถูกดัดแปลงมาเป็น มัสยิด และในที่สุดก็ถูกใช้เป็นที่เก็บดินปืน ในสงครามระหว่างเติร์ก กับ เวเนเชี่ยน (Venetian) ทำให้ถูกระเบิดเสียหายไปบางส่วน และ วิหารพาร์เธนอน มาทรุดโทรมอย่างหนัก เมื่อคราวสงครามกอบกู้อิสรภาพของกรีก จาก เติร์ก
เอกลักษณ์ เรียงตัวกันอย่างสวยงาม ถือเป็นสถานที่ที่ยังคงเก็บศิลปะการออกแบบอาคารไว้ได้อย่างสมบูรณ์แม้ระยะเวลาการสร้างที่ยาวนาน คนรักการออกแบบตกแต่งภายในอย่างเราหากมีโอกาสได้ไปก็คงไม่หลาดที่จะแวะไปเยี่ยมชมสถานที่ที่สวยงาม และพลาดไม่ได้อีกหนึ่งที่อย่างParthenon
7. Eiffel Tower หรือ หอไอเฟล
หอไอเฟล (Eiffel) ถือได้ว่าเป็นสถานที่ที่โด่งดัง และเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่ กรุงปารีส ประเทศ ฝรั่งเศส ถือเป็นสถานที่ที่สำคัญ ใครได้ไปฝรั่งเศสก็ต้องไปถ่ายรูปที่หอไอเฟลเพื่อเป็นที่ระลึก และเป็นสัญลักษณ์ว่าได้ไปถึงฝรั่งเศส
หอไอเฟล (Eiffel) ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของนครปารีส ได้สร้างขึ้นใน ค.ศ.1887-9 ออกแบบโดยวิศวกรที่มีชื่อเสียงของฝรั่งเศสชื่อ กุสตาฟ ไอเฟล (Gustave Eiffel) ได้สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์การจัดงานแสดงสินค้าโลกในปี ค.ศ.1889 (พ.ศ. 2413) เป็นงานฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรม
หอไอเฟล (Eiffel) ถือเป็นสถานที่พิเศษจากความงามในวันที่อากาศดีอาจจะขึ้นไปชมวิวได้ถึงชั้นสูงสุดที่ 899 ฟุต ภายในยามค่ำคืน หอไอเฟลจะเปิดไฟสวยสว่างงามมาก และมุมที่ดีที่สุดที่จะถ่ายภาพหอไอเฟล คือ บริเวณ Trocadero มีทั้งร้านขายของที่ระลึก และภัตตาคาร แต่เชื่อว่าหลายคนที่ไปฝรั่งเศสก็คงไม่พลาดที่จะไปหอไอเฟลอย่างแน่นอน
8 Mont Saint Michel in France หรือ ม่อนผานักบุญมิแชล
Mont Saint Michel in France หรือ ม่อนผานักบุญมิแชลแคว้นบริตตานี ประเทศฝรั่งเศส ทวีปยุโรป ถือเป็นสถานที่แปลกตา และน่าตื่นเต้นอีกหนึ่งที่ที่ไม่ควรพลาดในทวีปยุโรป
Mont Saint Michel in Franceเป็นพระอารามที่ตั้งอยู่ในสถานที่แปลกประหลาดน่าเยี่ยมชมที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เกิดขึ้นเนื่องจากอัครเทวทูตไมเกิลหรือมิแชลได้มาปรากฎองค์ต่อโอแบร์ต พระราชาคณะ(บิชอบ) แห่งอาวรางช์และมีบัญชาให้สร้างสถานที่เผยแพร่คำสั่งสอนของพระเจ้า บนเกาะที่มีภูเขา เรียกกันในเวลานั้นว่าตองเบ ลักษณะของภูเขาลูกนี้เป็นรูปกรวยคว่ำ สูงเด่นงดงามขึ้นไปจาก หาดทรายชายทะเลของแคว้นบริตตานีในฝรั่งเศส
การก่อสร้าง Mont Saint Michel in France ได้เริ่มระหว่างคริสต์ศักราช 1017-1144 ณ สถานที่อันเป็นที่ตั้งของ โบสถ์เก่าชื่อโนเตรอะดาม-ซู-แตร์ สร้างกันไปถึงยอดระหว่างสามศตวรรษถัดมา มีการสร้างเพิ่มเติมอยู่เรื่อย ๆ รวมทั้งสถานที่ซึ่งสร้างระหว่าง ค.ศ.1211-1218 เพื่อให้ความสะดวก แก่นักแสวงบุญที่ไปพักแรมคราวละเป็นจำนวนนับพันตึกต่างๆได้สร้างแบบศิลปะโกธิคที่เด่นมากคือ ตึกลาแมร์เวย หรือ ยอดมหัศจรรย์ ประกอบด้วย หมู่กุฏิโรงทาน กุฏิโรงรับรอง และเป็นที่เลี้ยงอาหาร มีระเบียงซึ่งตกแต่งไว้อย่างงดงามสวยสดใส ช่วยให้ความงามอันแท้จริงของศิลปะโกธิคเด่นชัดขึ้น
สถาปัตยกรรมแบบโกธิค คือ มีผนังเปิดกว้าง มีส่วนสูงเด่นเป็นพิเศษและมีแบบที่ออกมา เป็นลายเส้นอันซับซ้อนทุกส่วนล้วนประกอบเข้าด้วยกันเป็นสัญลักษณ์นิยมทางศาสนา โครงสร้างหลังคาเป็นโค้งแหลม
9.Saint Peters Basilica( วิหารนักบุญปีเตอร์ )
Saint Peters Basilica( วิหารนักบุญปีเตอร์ )สร้างขึ้นที่ประเทศนครวาติกัน ทวีปยุโรป เป็นสถานที่ทางศาสนาอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความอลังการ สวยงาม และน่าทึ่งในสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก
วิหารนักบุญปีเตอร์เป็นสถานที่อันโอฬาร เป็นจุดสำคัญของนครวาติกัน แม้วิหารนี้จะก่อสร้างด้วยฝีมือ เลอเลิศเป็นพิเศษเท่าที่จะทำได้ แต่การเริ่มต้นเต็มไปด้วยสิ่งที่เป็นสามัญธรรมดา ใน ค.ศ. 90 สันตะปาปาอนาคลีตุส ได้สร้างหอพระขนาดย่อมตรงตรงที่ฝังศพของนักบุญปีเตอร์ หลังจาก ทนทุกข์ทรมานเพื่อพระเจ้าจนสิ้นชีวิต
รูปแบบการก่อสร้างวิหารนักบุญปีเตอร์ เป็นแบบกรีกสมัยยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา โดยมีผู้ที่เน้นแบบกรีกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น คือไมเคิล แอนเจโล มาในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 18 ได้เพิ่มเติมศิลปะแบบละติน(โรมัน) รวมเข้าไปยังวิหารนักบุญปีเตอร์ ซึ่งเห็นได้ในปัจจุบัน การตกแต่งภายในอาศัยอัจฉริยะยอดเยี่ยมของศิลปินเอกหลายท่าน เช่น ราฟาเอล และเบอนินี เป็นต้น การจัดระเบียบที่นั่งที่ประชุมภายในห้งทำได้สัดส่วนสวยงาม มีรูปปั้นของนักบุญถึง 96 องค์ ตรงกลางจัตุรัส มีเสาเหลี่ยมแหลมสูงใหญ่ซึ่งจักรพรรดิคาลิคูลาโปรดให้นำมาจากเฮลิโอโปลิส
หองามมหัศจรรย์คู่แข่งเคียงกับวิหาร คือ หอซิสไตน์ ที่ประทับส่วนพระองค์ของสันตะปาปา สร้างใน ค.ศ.1481 ภาพประดับภายในห้องและที่กำแพงเป็นฝีมือของไมเคิล แอนเจโล ชิ้นเอกและมหัศจรรย์ ในโลก ในห้องใช้เวลาเขียน 4 ปี ส่วนที่กำแพงผนังใช้เวลา 6 ปี ภาพที่ประทับใจชาวโลก ได้แก่ภาพ “การตัดสินครั้งสุดท้าย”
10. ปราสาท Heidelburg
ปราสาท Heidelburgตั้งอยู่บนเนินเขาสูง 640 ฟุต ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณทางทิศตะวันออกของเมือง Heidelburgและมีแม่น้ำ Neckar ไหลผ่านในตอนหน้าของเนินเขาที่เป็นที่ตั้งของปราสาท ปราสาทแห่งนี้ เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่ง ซึ่งเป็นสมญญานามว่า” The Red Walled Castle ”ปราสาทแห่งนี้มีความเป็นมายาวนานกว่าหกร้อยปีตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นด้วยหินทรายสีแดงและในแบบสถาปัตยกรรมแบบบารอค จึงได้รับขนานนามว่า ปราสาทกำแพงแดง หรือ The Red Walled Castleปราสาทแห่งนี้ทรุดโทรมและพังทลายลงไปมาก จนบางส่วนเหลือซากปรักหักพัง แต่บางส่วนก็มีการบูรณะแบบที่ให้รู้ว่าเป็นของโบราณอยู่ พร้อมกับจัดสภาพแวดล้อมให้คล้ายในอดีต
นอกจากนี้ยังมีตำนานที่สำคัญและปรากฏหลักฐานให้เห็นอยู่ทุกวันนี้คือ ประตูแห่งความรักที่สร้างเสร็จในคืนเดียวมีชื่อภาษาอังกฤษว่า One night gate ประตูนี้ตามตำนานเล่าว่า พระราชาทรงรักพระชายามาก เย็นวันหนึ่งพระชายาได้มองไปที่สนามหญ้าแล้วคุยกับพระราชาว่า ที่ตรงนั้นถ้ามีสวนหย่อมเล็กๆ ก็จะทำให้สนามเมื่อมองจากมุมนี้สวยขึ้นมาก ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาเช้า พระชายาตื่นขึ้นมา มองออกไปที่สนาม ก็ทรงเห็นสวนหย่อมที่สวยงาม ในสวนหย่อมมีประตูปูนปั้นขนาดกลาง ซึ่งแสดงว่าทั้งสวนและประตูใช้เวลาสร้างเพียงคืนเดียว ที่พระราชาสั่งให้สร้างขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรักที่มีต่อพระชายา ปัจจุบันนี้จึงมีคู่รักจำนวนมากนิยมมาทำพิธีแต่งงาน ณ สถานที่แห่งนี้
ความคิดเห็น